กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน แต่บางครั้งเราก็อยากหนีความวุ่นวายไปสู่สถานที่ที่มีอารยธรรมยาวนานกว่า 700 ปี เมืองโบราณและเมืองรองรอบกรุงเทพฯ คือคำตอบที่ดีสำหรับการเดินทางแบบสั้นๆ ไม่ต้องบิน ไม่ต้องขับรถไกลมาก แต่ได้บรรยากาศและประวัติศาสตร์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
อยุธยา — เมืองหลวงเก่าที่ยังมีชีวิต
อยุธยาคือเมืองโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ราชธานีของไทยมากว่า 400 ปี ที่นี่เต็มไปด้วยวัดเก่าแก่ พระราชวังโบราณ และซากปรักหักพังที่เล่าขานถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอยุธยา วัดพระศรีสรรเพชญ์ พระราชวังโบราณ และตลาดน้ำอยุธยา คือจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะ นอกจากนี้ อยุธยายังมีร้านอาหารชื่อดังมากมาย โดยเฉพาะข้าวหน้าเป็ดและขนมหวานที่ขึ้นชื่อ
ถ้ามาวันเดียว แนะนำเช้าตรู่ ออกจากกรุงเทพฯ ถึงอยุธยาประมาณ 85 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถ 1-1.5 ชั่วโมง จอดรถที่ท่าเรือแล้วนั่งเรือข้ามไปชมความงามของวัดพระศรีสรรเพชญ์จากอีกฝั่งของแม่น้ำ จากนั้นเดินต่อไปชมพระราชวังหลวงและวัดใหญ่อย่างวัดมหาธาตุุ
สำหรับใครที่ชอบบรรยากาศเงียบๆ ลองแวะไปที่ วัดช้างราชบุรี ซึ่งเป็นวัดที่มีช้างเผือกอาศัยอยู่และไม่พลุกพล่านเหมือนวัดท่าเตียน
ลำพูน — เมืองสวยที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก
ลำพูนอยู่ทางเหนือของกรุงเทพฯ ประมาณ 180 กิโลเมตร เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่มีบ้านเก่าแก่แบบล้านนาตั้งเรียงรายอยู่ในตัวเมือง ถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงคือถนนวังเหนือและถนนราษฎร์อำนวย ที่นี่มีร้านกาแฟและคาเฟ่เก๋ๆ หลายร้านที่เพิ่งเปิดในปี 2026 ทำให้ลำพูนกลายเป็น destination ใหม่สำหรับคนที่ชอบความเป็นมินิมอลและเรียบง่าย
ไฮไลท์ของลำพูนคือตลาดเช้าวันศุกร์ที่มีของดีๆ มากมาย ทั้งผ้าทอ อาหารพื้นเมือง และสมุนไพรต่างๆ ถ้ามาถึงตอนเช้าจะได้เห็นบรรยากาศที่คึกคักและอบอุ่นมากที่สุด จากนั้นขับรถต่อไปยังวัดป่าดาราวรรณะเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือลำธารในป่าเขา บรรยากาศสงบและงดงามจนลืมความวุ่นวายของเมืองใหญ่ไปเลย
สุพรรณบุรี — เมืองแห่งอู่ทองและพระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์
สุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นที่ตั้งของอู่ทอง พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สูงถึง 127 เมตร ตั้งอยู่กลางทุ่งนาบนเนินดินที่เคยเป็นเมืองโบราณเมื่อกว่า 1,300 ปีก่อน ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดีเป็นพิเศษ มีพิพิธภัณฑ์และแหล่งขุดค้นที่เปิดให้เข้าชมได้ตลอดทั้งปี
นอกจากอู่ทองแล้ว สุพรรณบุรียังมีตลาดเจ็ดลิงค์ที่เป็นตลาดน้ำโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่นี่สามารถนั่งเรือชมวิถีชีวิตริมคลอง กินข้าวทอดมันและขนมหวานพื้นบ้านไปพลางๆ ราคาถูกและอร่อยมาก และยังมีบ้านกุ่มที่เป็นแหล่งผลิตผ้าฝ้ายที่ยังคงวิธีการทอแบบดั้งเดิมให้ชมและซื้อเป็นของฝากได้อีกด้วย
สำหรับใครที่สนใจการเดินทางแบบยั่งยืน ลองอ่านบทความเกี่ยวกับ ร้านยั่งยืนและร้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมตัวก่อนออกเดินทางแบบรักษ์โลก
พระพุทธมงคลนารี — จุดศูนย์กลางระหว่างเมือง
ถ้าพูดถึงจุดที่เชื่อมระหว่างเมืองโบราณหลายๆ เมือง ต้องพูดถึงพระพุทธมงคลนารีหรือหลวงพ่อโสธรสถิตย์ ที่เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจุดแวะพักยอดนิยมสำหรับคนที่ขับรถไปเที่ยวชลบุรีหรือพัทยา ที่นี่มีบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และมีตลาดของฝากข้างวัดที่ขายของดีๆ มากมาย
วิธีเตรียมตัวสำหรับเที่ยวเมืองโบราณ
การเดินทางไปเที่ยวเมืองโบราณใกล้กรุงเทพฯ เหมาะสำหรับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะการขนส่งสาธารณะไปถึงจุดต่างๆ ยังไม่สะดวกเท่าที่ควร แต่งกายแบบสบายๆ เหมาะกับการเดิน เพราะส่วนใหญ่ต้องเดินเยอะรอบวัดและพิพิธภัณฑ์ พกน้ำดื่มและหมวกหรือร่มเอาไว้ด้วย โดยเฉพาะช่วงฝน ควรเช็คพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทาง
เมืองโบราณและเมืองรองใกล้กรุงเทพฯ คือตัวเลือกที่ดีสำหรับการหนีเมืองแบบไม่ต้องวางแผนนาน แค่ตื่นเช้า ขับรถออกไป แล้วกลับมาพร้อมความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
คำค้นที่เกี่ยวข้อง
เมืองโบราณใกล้กรุงเทพ, เที่ยววันเดียว, Ayutthaya, Lopburi, Suphan Buri, เมืองรอง, ตลาดโบราณ, พิพิธภัณฑ์, วัดเก่า, เที่ยวสุดสัปดาห์, อู่ทอง, พระพุทธมงคลนารี
พร้อมสำหรับทริปต่อไปหรือยัง?
จองตั๋วเครื่องบินและที่พักราคาพิเศษ วางแผนการเดินทางของคุณตั้งแต่วันนี้ผ่านพาร์ทเนอร์ของเรา
สำรองที่นั่ง / จองที่พัก