การนั่งเรือโดยสารเจ้าพระยา เป็นวิธีเดินทางที่คนกรุงเทพและนักท่องเที่ยวใช้กันมาหลายชั่วอายุคน แม้จะมีรถไฟฟ้า MRT และ BTS แล้ว แต่เส้นทางบนแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเป็นเส้นทางที่สะดวกและประหยัดสำหรับการเดินทางข้ามฝั่งและไปยังจุดท่องเที่ยวสำคัญอย่างวัดอรุณ วัดโพธิ์ หรือไอคอนสยาม บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนก้าวขึ้นเรือ
รู้จักเรือโดยสารเจ้าพระยา: ไม่ใช่เรือท่องเที่ยว
เรือโดยสารเจ้าพระยา (Chao Phraya Express Boat) เป็นระบบขนส่งมวลชนทางน้ำที่ให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 ต่างจากเรือท่องเที่ยวหรือเรือหางยาวที่นักท่องเที่ยวนิยมจ้าง บริการเรือโดยสารนี้มีราคาถูก ออกเดินทางบ่อย และสามารถพาไปถึงท่าเรือหลักหลายแห่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้โดยไม่ต้องต่อเรือ
เรือแต่ละลำมีหลายขนาด ตั้งแต่เรือท้องเพียบไม้ขนาดเล็กจนถึงเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่รองรับผู้โดยสารได้หลายร้อยคน การเดินทางใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีระหว่างท่า และสามารถนำจักรยานหรือรถจักรยานยนต์ขึ้นเรือได้ในบางช่วงเวลา
สายเรือที่ต้องรู้ก่อนขึ้นเรือ
เรือโดยสารเจ้าพระยาแบ่งออกเป็นหลายสาย ซึ่งแต่ละสายมีเส้นทาง จุดจอด และราคาค่าโดยสารที่แตกต่างกัน:
สายสีน้ำตาล (Brown Line) เป็นเรือท้องเพียบไม้ขนาดเล็ก ราคาถูกที่สุด ออกเดินทางทุก 20-30 นาที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดและไม่รีบเร่ง แม้จะใช้เวลานานกว่าสายอื่น แต่บรรยากาศแบบดั้งเดิมเป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากระบบขนส่งอื่น
สายสีเขียว (Green Line) รองรับผู้โดยสารได้มากกว่า และมีเส้นทางยาวไปถึงพื้นที่นอกเมือง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไกลขึ้นตามแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน
เรือด่วน (Orange Flag) เป็นเรือโดยสารความเร็วปานกลาง ราคาอยู่กลางๆ ออกเดินทางบ่อยกว่าสายสีน้ำตาล และสามารถพาไปถึงท่าเรือหลักได้เร็วกว่า
เรือด่วนพิเศษ (Blue Flag) เป็นเรือประจำทางชั้นสูง มีเครื่องปรับอากาศ ราคาแพงที่สุดในบรรดาสายเรือทั้งหมด แต่คุ้มค่าสำหรับวันที่อากาศร้อนหรือฝนตกหนัก
วิธีจ่ายค่าโดยสารและตารางเวลา
ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วที่ท่าเรือได้โดยตรง ราคาค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 15-50 บาท ขึ้นอยู่กับสายเรือและระยะทาง บางท่าเรือมีเคาน์เตอร์ขายตั๋ว บางท่าต้องซื้อจากผู้โดยสารที่ขึ้นเรือไปก่อนแล้วค่อยเก็บเงินทีหลัง
ตารางเวลาเรือออกเดินทางโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 06:00 น. ถึง 19:00 น. ทุกวัน บางช่วงเวลาเรือจะแน่นมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ (07:00-08:30 น.) และช่วงเย็น (17:00-19:00 น.) ซึ่งเป็นช่วงที่คนเดินทางไปทำงาน หากต้องการนั่งเรือสบายๆ แนะนำให้ขึ้นเรือช่วงกลางวัน
จุดขึ้น-ลงเรือท่องเที่ยวยอดนิยม
ท่าเรือวัดอรุณ (TAO) ท่าเรือวัดอรุณเป็นจุดขึ้นเรือยอดนิยมที่สุด เพราะใกล้กับวัดอรุณฯ หรือวัดแก้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ ที่มองเห็นได้แทบทุกจุดบนแม่น้ำเจ้าพระยา จากท่านี้สามารถต่อเรือไปยังท่าอื่นๆ ได้สะดวก
ท่าเรือท่าวาสุก (THA) ท่าเรือท่าวาสุกตั้งอยู่ในย่านริมแม่น้ำฝั่งพระนคร ใกล้กับตลาดน้ำยามเย็นและถนนเจริญกรุง จากท่านี้เดินไปถึงย่านเจริญกรุงได้ใน 10 นาที เหมาะสำหรับผสมผสานการเดินทางทางน้ำกับการเดินชมเมืองเก่า
ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ (RIVER) ท่าเรือริเวอร์ซิตี้เป็นจุดขึ้นเรือที่ใกล้กับห้างไอคอนสยามและโรงแรมชั้นนำ สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักในย่านสุขุมวิท-สาทร
เคล็ดลับไม่ให้พลาดเรือ
นั่งเรือเจ้าพระยาไม่ยาก แต่มีรายละเอียดเล็กๆ ที่มือใหม่มักพลาด ประการแรก ต้องดูที่ป้ายระบุสายเรือให้ชัดเจนก่อนขึ้นเรือ เพราะเรือหลายสายจอดที่ท่าเดียวกันแต่มุ่งหน้าต่างกัน ประการที่สอง เมื่อเรือจอดที่ท่า ให้รีบขึ้นเรือเพราะเรือจอดเพียง 1-2 นาที ประการที่สาม ถือตั๋วให้มั่นจนถึงท่าปลายทาง เพราะมีการตรวจตั๋วระหว่างทาง
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการเตรียมตัวสำหรับสภาพอากาศ เรือไม่มีเครื่องปรับอากาศ (ยกเว้นสายสีน้ำเงิน) ดังนั้นควรพกน้ำดื่ม หมวก และครีมกันแดด โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่แดดบนแม่น้ำจะจัดจ้านกว่าบนฝั่งมาก
หากสนใจเรื่องการเดินทางทางน้ำในกรุงเทพฯ ลองอ่านบทความ เที่ยวกรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อได้เลย
คำค้นที่เกี่ยวข้อง
เรือโดยสารเจ้าพระยา, ขนส่งมวลชนทางน้ำกรุงเทพ, แม่น้ำเจ้าพระยา, นั่งเรือกรุงเทพ, สายเรือเจ้าพระยา, ท่าเรือวัดอรุณ, ท่าเรือท่าวาสุก, เดินทางทางน้ำกรุงเทพ, ตั๋วเรือโดยสาร, ตารางเรือเจ้าพระยา
พร้อมสำหรับทริปต่อไปหรือยัง?
จองตั๋วเครื่องบินและที่พักราคาพิเศษ วางแผนการเดินทางของคุณตั้งแต่วันนี้ผ่านพาร์ทเนอร์ของเรา
สำรองที่นั่ง / จองที่พัก