เดินชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาฤดูฝน: เส้นทางสุดพิเศษที่หลายคนมองข้าม

เดินชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาฤดูฝน: เส้นทางสุดพิเศษที่หลายคนมองข้าม

📅

หลายคนมักคิดว่าฤดูฝนเป็นช่วงที่ไม่ควรออกไปเที่ยว โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่ฝนตกหนักและบ่อยครั้ง แต่ความจริงแล้ว ฤดูฝนที่กรุงเทพฯ มีเสน่ห์ไม่แพ้ฤดูอื่น โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการเดินชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศในหน้าฝนจะไม่พลุกพล่านเหมือนฤดูแล้ง อากาศเย็นสบาย ฝนโปรยปรายช่วยให้ท้องฟ้าสดใส วิวแม่น้ำเลยดูสวยไปอีกแบบ

บทความนี้จะพาน้องๆ ค้นพบ 5 เส้นทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาในฤดูฝน ที่หลายคนมองข้าม พร้อมวิธีเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการออกเดินทางในวันที่ฝนตก

ทำไมต้องเดินริมแม่น้ำตอนฤดูฝน?

ฤดูฝนที่กรุงเทพฯ อากาศจะเย็นลงเหลือประมาณ 25-30 องศา ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะกับการเดินมาก ต่างจากเดือนเมษายนที่ร้อนจัดจนเหนื่อยได้ง่าย อีกเหตุผลคือ นักท่องเที่ยวจะน้อยกว่าฤดูแล้งมาก ทำให้เราได้สัมผัสวิวแม่น้ำอย่างสงบ ไม่ต้องแย่งชิงมุมถ่ายรูปกับใคร

ฝนที่ตกพรมแดงในช่วงบ่ายหรือเย็น มักตกหนักไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง แล้วฟ้าก็จะใสขึ้น อากาศหลังฝนจะเย็นชื่นมาก เหมาะกับการเดินรับลมยามเย็นเป็นพิเศษ

5 เส้นทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าฝน

1. เส้นทางท่าเรือสี่พระยา - วัดอรุณฯ

เส้นทางย่านสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ที่เดินได้สบายๆ ระยะประมาณ 2 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นที่ท่าเรือสี่พระยา เดินต่อไปถึงท่าเรือวัดอรุณฯ ระหว่างทางจะผ่านชุมชนริมน้ำเก่าแก่ บ้านไม้ชิดแม่น้ำ และวิวสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ยามค่ำคืนถ่ายรูปสวยมาก

หากหิวระหว่างทาง ลองแวะที่ ร้านอาหารริมน้ำย่านสี่พระยา ที่มีทั้งอาหารไทยและนานาชาติให้เลือก บรรยากาศนั่งริมแม่น้ำฟังเสียงฝนตก ชนะใจแน่นอน

2. เส้นทางท่าเรือทholzตลาด - ท่าเรือคลองสาน

เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่ต้องการ ประสบการณ์ชุมชนริมน้ำแบบดั้งเดิม ออกจากท่าเรือทholzตลาด เดินไปตามทางเท้าริมแม่น้ำ จะเจอกับเรือพายโบราณ สะพานไม้เล็กๆ และบ้านชาวประมงที่ยังอาศัยอยู่ริมคลอง

ช่วงหน้าฝนน้ำจะขึ้นสูง ทำให้เห็นเรือสินค้าลอยผ่านไปมาสม่ำทำนบรรยากาศคึกคัก ถ้าเดินต่อไปถึงโซน พื้นที่ศิลปะริมแม่น้ำกรุงเทพฯ จะเจอกับผลงานศิลปะที่ตั้งกลางแจ้งด้วย

3. เส้นทางเจริญกรุง - สะพานข้ามแม่น้ำ

ถนนเจริญกรุงเป็นถนนริมแม่น้ำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน ตอนนี้กลายเป็น ย่านธุรกิจเก่าแก่ ที่มีอาคารสไตล์โคโลเนียลหลายหลัง ระหว่างเดินจะเห็นร้านทองเก่าที่เปิดขายมานานกว่า 50 ปี ปนกับร้านกาแฟเล็กๆ ที่มีบรรยากาศสุดละมุน

เส้นทางนี้เดินได้ประมาณ 3 กิโลเมตร ตั้งแต่สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ไปจนถึงสะพานตากสิน ใครที่ชอบถ่ายรูปสถาปัตยกรรมเก่า ต้องไม่พลาดเลย

4. เส้นทางท่าเรือพระปกเกล้า - สะพานพระปกเกล้า

ย่านท่าเรือพระปกเกล้าทางฝั่งธนบุรี เป็นจุดที่คนไม่ค่อยแวะเวียน แต่จริงๆ แล้ว วิวแม่น้ำฝั่งนี้สวยกว่า เพราะไม่มีตึกสูงบดบัง จะเห็นคลื่นน้ำกระทบฝั่ง กับเรือลำเล็กๆ แล่นผ่านไปมา

ช่วงฤดูฝน น้ำในแม่น้ำจะเปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลอ่อน บวกกับแสงแดดที่ไม่แรงจนเกินไป ถ่ายรูปออกมาสวยมาก ถ้าต้องการ จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ไม่แน่น เส้นทางนี้เหมาะมาก

5. เส้นทางเกาะพักเตี้ย - สะพานผ่านฟ้าลีลาศ

เส้นทางนี้เป็น ไฮไลท์สำหรับคนรักธรรมชาติ ออกจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ลงไปเดินบริเวณเกาะพักเตี้ย เป็นเกาะเล็กๆ กลางแม่น้ำที่มีสะพานเชื่อมเข้ามา รอบเกาะเต็มไปด้วยต้นไม้และทุ่งหญ้า บรรยากาศเงียบสงบเหมือนอยู่นอกกรุงเทพฯ เลย

หน้าฝนน้ำจะขึ้นมาปิดบางส่วนของเกาะ ทำให้เห็นต้นไม้ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา บรรยากาศเหมือนภาพวาดเลย เหมาะกับการมานั่งพักผ่อน หรือนำข้าวกล่องมานั่งกินริมน้ำด้วย

เตรียมตัวยังไงให้พร้อม

การเดินริมแม่น้ำในหน้าฝนต้องเตรียมตัวนิดหน่อย เริ่มจาก รองเท้าที่กันลื่น พื้นทางเท้าริมแม่น้ำบางช่วงอาจเปียกและลื่น ถ้ามีรองเท้าที่มีดอกยางกันลื่นจะดีมาก

พาหมวกหรือร่ม ก็จำเป็น เพราะฝนอาจตกกระทันหันได้ ร่มพกพาสะดวกกว่าหมวกกันฝน เพราะยังใช้กันแดดได้ด้วย

กระเป๋ากันน้ำหรือถุงกันเปียก เหมาะกับใส่มือถือและกล้อง ป้องกันเครื่องเสียหายจากฝน ส่วน เสื้อแจ็คเก็ตกันลม ก็ควรพกไปด้วย เพราะลมแม่น้ำตอนฝนจะหนาวเย็นกว่าปกติ

คำค้นที่เกี่ยวข้อง

เที่ยวกรุงเทพ, แม่น้ำเจ้าพระยา, ฤดูฝน, เดินทาง, ไลฟ์สไตล์, Bangkok, คาเฟ่ริมแม่น้ำ, ที่เที่ยวหน้าฝน, กรุงเทพ, กิจกรรมหน้าฝน

BOARDING PASS

พร้อมสำหรับทริปต่อไปหรือยัง?

จองตั๋วเครื่องบินและที่พักราคาพิเศษ วางแผนการเดินทางของคุณตั้งแต่วันนี้ผ่านพาร์ทเนอร์ของเรา

สำรองที่นั่ง / จองที่พัก