หน้าฝนไม่ใช่เหตุผลให้อยู่บ้านเฉยๆ กรุงเทพมหานครช่วงหน้าฝนมีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าสีเทามีเอกลักษณ์ และที่พักหรือคาเฟ่ที่เปิดให้นั่งชมฝนได้อย่างสบายใจ หลายคนเริ่มเปลี่ยนจากการไปเที่ยวต่างจังหวัดมาเป็น สตีย์เคชันในกรุงเทพฯ แทน ประหยัดเวลาเดินทาง ไม่ต้องกังวลเรื่องอุปกรณ์กันฝนมากมาย แถมยังได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
ทำไมหน้าฝนถึงเหมาะกับการสตีย์เคชันในกรุงเทพฯ
ช่วงหน้าฝน (มิถุนายน–ตุลาคม) อุณหภูมิกรุงเทพฯ จะตกลงเหลือประมาณ 25–30 องศาเซลเซียส ซึ่งเย็นกว่าหน้าร้อนอย่างเห็นได้ชัด ความชื้นสูงขึ้นแต่อากาศไม่ร้อนจัด ทำให้การเดินเที่ยวหรือนั่งรับประทานอาหารข้างนอกสบายขึ้นมาก ย่านที่เคยจอแจเมื่อหน้าร้อน จะคึกคักในแบบที่ต่างออกไปเมื่อหน้าฝน
สำหรับคนที่ทำงานในเมืองตลอดสัปดาห์ สตีย์เคชันหน้าฝนเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการขับรถหรือนั่งรถไฟฟ้าไปต่างจังหวัด ลดความเหนื่อยล้า มีเวลาพักผ่อนจริงๆ โดยไม่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินทาง บางคนจองโรงแรมในย่านที่ไม่เคยไปมาก่อน เพื่อสัมผัสบรรยากาศใหม่ๆ ของเมืองที่คุ้นเคย
ย่านน่าสนใจสำหรับสตีย์เคชันหน้าฝน
ย่านสาทร–สีลม เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับสตีย์เคชันในเมือง มีทั้งโรงแรมระดับ 5 ดาวและโฮเต็ลบัดเจ็ตที่อยู่ในระยะเดินถึงกัน ช่วงหน้าฝนราคาที่พักมักจะถูกลงจากฤดูกาลท่องเที่ยวปกติ ทำให้คุ้มค่ากว่า ย่านนี้เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT สามารถไปคาเฟ่หรือร้านอาหารในย่านใกล้เคียงได้ง่าย แม้ฝนจะตกก็สามารถหลบฝนในห้างสรรพสินค้าหรือร้านกาแฟในซอยได้ทันที ถ้าสนใจเรื่องร้านอาหารบรรยากาศดีในย่านนี้ ลองอ่านบทความ ร้านอาหารบรรยากาศดีในกรุงเทพฯ เพิ่มเติมได้เลย
ย่านพระราม 4–เจริญกรุง เป็นอีกย่านที่น่าสนใจ มีอาคารเก่าประวัติศาสตร์หลายแห่งที่ถูกดัดแปลงเป็นคาเฟ่หรือพื้นที่รวมตัว ช่วงหน้าฝนบรรยากาศย่านนี้จะดูคลาสสิกและโรแมนติกกว่าฤดูอื่นๆ เหมาะกับการเดินเล่นชมสถาปัตยกรรม หรือนั่งดื่มกาแฟมองฝนตกหน้าต่าง ย่านเจริญกรุงยังเชื่อมต่อกับ ย่านคลองโอ่งและพื้นที่ริมน้ำที่น่าสำรวจ ได้อย่างง่ายดาย
ย่านทองหรุด–คอนแวนต์ เป็นย่านที่กำลังมาแรงสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศสงบแต่มีสไตล์ คาเฟ่และแกลเลอรี้ในย่านนี้มักจะตกแต่งอย่างประณีต เหมาะกับการนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือช่วงฝนตก ย่านนี้ยังไม่แออัดเหมือนย่านท่องเที่ยวหลัก ทำให้การสตีย์เคชันรู้สึกผ่อนคลายกว่า
คาเฟ่ชมฝนในกรุงเทพฯ ที่ห้ามพลาด
การนั่งคาเฟ่มองฝนตกเป็นประสบการณ์ที่หลายคนอยากลอง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีคาเฟ่มากมายที่ออกแบบให้นั่งรับฝนได้อย่างสบายใจ คาเฟ่ที่มีระเบียงหรือหน้าต่างบานใหญ่มักจะเป็นที่นิยม เพราะสามารถมองเห็นท้องฟ้าและถนนขณะฝนตกได้ชัดเจน บางคาเฟ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหรือริมคลอง ช่วงหน้าฝนน้ำจะเต็มและไหลเร็ว สร้างบรรยากาศที่ต่างจากหน้าแล้งอย่างสิ้นเชิง
สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศมินิมอล คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ หลายแห่งมีมุมนั่งที่เหมาะกับการฟังเสียงฝน มีโต๊ะตัวเล็กใกล้หน้าต่าง แสงธรรมชาติเข้ามาพอดี ถ้าชอบเรื่องการถ่ายรูป คาเฟ่ในย่านสตรีทอาร์ตหรือย่านครีเอทีฟดีสตริกต์จะมีมุมถ่ายรูปสวยแม้ฝนจะตกก็ตาม สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ลองอ่าน คาเฟ่ถ่ายรูปสวยในกรุงเทพฯ ได้เลย
กิจกรรมในห้องพักที่ไม่น่าเบื่อ
สตีย์เคชันหน้าฝนไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอกตลอดเวลา หลายโรงแรมและโฮเต็ลในกรุงเทพฯ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำให้อยู่ในห้องพักได้ทั้งวัน เช่น สระว่ายน้ำในร่ม ฟิตเนส สปา หรือห้องสมุดเล็กๆ ที่มีหนังสือให้เลือกอ่าน การจองห้องพักที่มีวิวแม่น้ำหรือมีระเบียงส่วนตัวจะทำให้ประสบการณ์สตีย์เคชันพิเศษขึ้นมาก เพราะสามารถนั่งมองเมืองและฟังเสียงฝนได้อย่างใกล้ชิด
ถ้าชอบทำอาหาร ห้องเช่าแบบเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่มีครัวจะเหมาะกับการลองทำอาหารไทยจากวัตถุดิบสดในตลาดใกล้ๆ การไปตลาดเช้าช่วงหน้าฝนก็สนุกในแบบต่างๆ เพราะตลาดจะไม่แออัด สามารถเลือกของสดได้ตามต้องการ ถ้าสนใจเรื่องตลาดเช้าในกรุงเทพฯ ลองอ่าน ตลาดเช้าที่ห้ามพลาดในกรุงเทพฯ เพิ่มเติมได้
คำค้นที่เกี่ยวข้อง
สตีย์เคชันกรุงเทพ, คาเฟ่กรุงเทพ, ที่เที่ยวกรุงเทพหน้าฝน, Bangkok staycation, โรงแรมกรุงเทพ, ร้านอาหารบรรยากาศดี, คาเฟ่ชมฝน, กรุงเทพหน้าฝน
พร้อมสำหรับทริปต่อไปหรือยัง?
จองตั๋วเครื่องบินและที่พักราคาพิเศษ วางแผนการเดินทางของคุณตั้งแต่วันนี้ผ่านพาร์ทเนอร์ของเรา
สำรองที่นั่ง / จองที่พัก